ประธานรัฐสภา รับมอบโล่เกียรติคุณเชิดชูเกียรติ “ผู้มีภาวะผู้นำดีเด่น ยอดเยี่ยม แห่งปี”พร้อมกล่าวสุนทรพจน์ “ประสบการณ์ภาวะผู้นำทางการเมืองไทย”

**ข่าวประชาสัมพันธ์สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร** ประธานรัฐสภา รับมอบโล่เกียรติคุณเชิดชูเกียรติ “ผู้มีภาวะผู้นำดีเด่น ยอดเยี่ยม แห่งปี”พร้อมกล่าวสุนทรพจน์ “ประสบการณ์ภาวะผู้นำทางการเมืองไทย” 21 ก.ย. 67 เวลา 09.30 น. ณ ห้องขงจื่อ อาคาร 1 ชั้น 1 มหาวิทยาลัยเกริก นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา รับมอบโล่เกียรติคุณเชิดชูเกียรติ “ผู้มีภาวะผู้นำดีเด่น ยอดเยี่ยม แห่งปี” ในฐานะผู้นำทางการเมืองที่ดีเด่นทั้งคุณภาพและคุณธรรมปฎิบัติหน้าที่ในฐานะประธานรัฐสภาด้วยความซื่อสัตย์ซื่อตรงจาก ศ.ดร.นพ.กระแส ชนะวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกริก โล่เกียรติคุณเชิดชูเกียรติดังกล่าว สถาบันพัฒนาภาวะผู้นำ มหาวิทยาลัยเกริก ได้พิจารณาให้แก่บุคคลผู้ประสบความสำเร็จทางการเมืองระดับสูงที่มีคุณธธรรมจริยธรรม สามารถเป็นแบบอย่างให้แก่คนรุ่นใหม่ โอกาสนี้ ประธานรัฐสภา กล่าวสุนทรพจน์ “ประสบการณ์ภาวะผู้นำทางการเมืองไทย” โดยได้เล่าประสบการณ์ภาวะผู้นำทางการเมืองและประสบการณ์การทำงานทางการเมืองทั้งตำแหน่งฝ่ายบริหารและตำแหน่งฝ่ายนิติบัญญัติ โดยเล่าประสบการณ์ตอนดำรงตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง เมื่อปี 2535 ในฐานะรองประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ได้ใช้ความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมุสลิม กระชับความสัมพันธ์ไมตรีระหว่างมิตรประเทศให้มากยิ่งขึ้น ด้วยการเยือนกลุ่มประเทศซาอุดีอาระเบีย และได้เจรจาบนหลักพื้นฐานที่ตนเองเป็นมุสลิมและยึดคำกล่าวของศาสนทูตมูฮัมหมัดที่ว่า “มุสลิมเป็นพี่น้องกัน” ซาอุฯ เห็นถึงความจริงใจในการแก้ไขปัญหาของไทยและได้เพิ่มความช่วยเหลือให้กับไทยในโครงการต่าง ๆ ผ่านธนาคารเพื่อการพัฒนาอิสลาม สำหรับบทบาทในฝ่ายบริหาร ในรัฐบาลนายบรรหาร ศิลปอาชา ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เสนอโครงการสร้างถนนข้ามประเทศผ่าน สปป.ลาว เวียดนาม และจีน ต่อด้วยเส้นทางรถไฟจากมาเลเซียเข้าสู่ประเทศไทยและเชื่อมต่อไปยังจีน เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการคมนาคมในอาเซียน รวมถึงการปรับปรุงบริการรถไฟ เสนอโครงการรถไฟความเร็วสูง ซึ่งการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมไม่เคยถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจเลยแม้สักครั้งเดียวสำหรับบทบาทการเป็นประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ทั้งในอดีตและปัจจุบัน สิ่งที่ภาคภูมิใจที่สุดคือในการเป็นประธานรัฐสภาครั้งแรกคือได้เปลี่ยนแปลงอะไรหลายอย่างเช่น กำหนดให้มีวิทยุระจายเสียงและโทรทัศน์ทีวีรัฐสภาเป็นครั้งแรก เพื่ิอถ่ายทอดการประชุมสภาฯ ก่อตั้งสถาบันพระปกเกล้าเพื่อเป็นสถาบันศึกษาอบรมและพัฒนาประชาธิปไตยและสิ่งที่ภาคภูมิใจที่สุดคือ การผลักดันรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนและเป็นรัฐธรรมนูญที่ถือว่าดีที่สุดและเป็นผู้นำผู้นำรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวทูลเกล้าฯ สำหรับความตั้งใจในการทำหน้าที่ประธานรัฐสภาคนปัจจุบันจะผลักดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ด้วยวิธีประขาธิปไตยเพื่อปกป้องและทำให้ประชาชนมีความสุขมีความเจริญ แล้วหวังว่าจะได้นำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯ อีกฉบับซึ่งจะเป็นฉบับที่ดีกว่ารัฐธรรมนูญ ปี 2540